โลกด้านมืดมีครึ่งใบ

posted on 07 Aug 2010 22:08 by chantaporn

 

ในแต่ละวันที่โลกหมุนไป

ให้เรามีกลางวันและกลางคืนอย่างละครึ่ง

ล้วนแล้วแต่เป็นความสมดุลของธรรมชาติ

ที่ทำให้เราเรียนรู้สัจธรรมที่ยิ่งใหญ่

ของการมีสองด้านของทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้

 

เช่นเดียวกับชีวิตของคนเราที่มีทั้งสุขและทุกข์

เราทุกคนผู้เป็นเจ้าของโลกใบนี้

โลกที่มีสองด้าน

ด้านมืดและด้านสว่าง

 

แต่มีไม่น้อยเลยที่เวลาคนเรามีความทุกข์

มักจะรู้สึกว่าโลกสองด้านนี้เริ่มจะไม่เท่ากันแล้ว

โลกด้านมืดมักจะคืบคลานอย่างเชื่องช้า

และกินเวลาด้านสว่างไปเสียมาก

ทั้งๆที่โลกยังหมุนอยู่เท่าเดิมเหมือนทุกวัน

แต่ความรู้สึกของเราที่เปลี่ยนไปต่างหาก

ที่ดูเหมือนว่าจะทำโลกเปลี่ยนไปด้วย

เราจึงได้เห็น

คนที่มีความทุกข์มากมาย

จ่อมจมอยู่กับความมืดอยู่เนินนาน

และตลอดเวลา

 

มืดมนในความคิด มืดมิดกับความหวัง

ปล่อยเวลาแห่งความท้อแท้กร่อนกินชีวิตไปเรื่อยๆ

ไปตามโลกที่ยึดเวลาค่ำคืนให้ยาวนานกว่าที่เป็น

แม้นอกหน้าต่างจะมีแสงสว่าง

แต่หัวใจก็ยังมืดมนไม่มีที่สิ้นสุด

ไม่ยอมเปิดตาเปิดใจมาดูว่าขณะนี้

โลกมืด หรือสว่างอยู่

 

หลังจากนั้นก็จะรู้สึกว่า

โลกค่อยๆมืดไปเรื่อยๆจนเต็มใบ

และสุดท้ายก็มองไม่เห็นสิ่งใดได้อีก

นอกจากความฝันที่แตกสลายและชีวิตที่กำลังผุพัง

 

อย่าลืมว่าโลกนี้คือความสมดุล

มีช่วงเวลากลางคืนให้หลับพักผ่อน

ให้เอาความทุกข์ทั้งหมดวางทิ้งไว้ในขณะหลับ

เพื่อที่จะตื่นขึ้นมาอีกครั้งในรุ่งเช้าที่จะมีแสงสว่างสดใส

ให้เราได้เริ่มต้นความสุขอีกครั้ง

 

โลกด้านมืดมีครึ่งใบก็พอแล้ว 

อย่าทำให้มันมากไปกว่านี้

ถ้าเราไม่รู้จักทิ้งความทุกข์ไว้ในค่ำคืน

ปล่อยให้ตื่นมาด้วยหัวใจที่ยังมืดมิดอยู่

จะมีประโยชน์อะไรแม้ตะวันจะส่องแสง

แต่ตาเรายังคงไม่เปิด

หัวใจเรายังปิดตาย

ยังไม่มอง ไม่เห็นทาง

และคิดว่าโลกทั้งใบมีแต่ความมืดดำ

 

ไม่มีใคร หรือสิ่งใดบิดเบือนข้อเท็จจริงนี้ได้

ว่าโลกมันมีสองด้านเสมอ

มีเพียงคนที่หลับตาเท่านั้น...

ที่คิดว่ามันมีด้านเดียว

 

กุญแจสำรองของชีวิต page 138-141

ลูกปัด

น้ำในแก้ว....หัวใจ

posted on 07 Aug 2010 20:33 by chantaporn

 

ชีวิตของคนเราทุกคนขับเคลื่อนด้วยความหวังและกำลังใจ

ไม่ว่าในแต่ละวันชีวิตของเราจะเจออะไร

เราก็สามารถจัดการให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยความหวัง

และกำลังใจก็หล่อเลี้ยงใจอยู่เสมอ

 

แต่กำลังใจก็ใช่ว่าจะมีอยู่ตลอดเวลา

เหมือนกับแก้วน้ำ  ที่ถึงแม้ว่าจะมีน้ำอยู่เต็มแก้ว

หากวางแก้วน้ำไว้เฉยๆ ไม่เคยเติมน้ำลงไปเลย

สักวันหนึ่งน้ำในแก้วนั้นก็จะระเหยไป

ตามวันเวลาที่ผ่านไปเรื่อยๆทุกวันๆ

 

เช่นเดียวกับกำลังใจที่อยู่ในแก้วหัวใจ

หากละเลยที่จะเติมเต็มอยู่เสมอ

ถ้าปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปอย่างเอื่อยๆ

ไม่มีจุดหมายอะไรให้คิด

ไม่มีความหวังอะไรให้ฝันถึง

นับวันกำลังใจนั้นก็จะแห้งลงเรื่อยๆ

 

เราจะต้องรู้จักวิธีสร้างกำลังใจให้ตัวเองอยู่เสมอ

โดยการคิดถึงอนาคต ความฝันที่ตั้งเอาไว้

วันคืนที่ดีในวันข้างหน้า

และคิดกับทุกๆอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

ให้เป็นบวก

มีทัศนคติที่ดีต่อเรื่องทุกเรื่อง

สร้างได้มากเท่าไรยิ่งดี 

สามารถสำรองไว้ให้เต็มใจได้

ในยามปกติก็เอาไว้ใช้ไม่ให้ขาดแคลน

 

ยามที่ชีวิตพบเจอเรื่องอะไรก็ตาม

ที่ทำให้เกิดความท้อแท้และสิ้นหวัง

ก็จะได้มีใช้ทันเวลา

ไม่ทำให้ชีวิตสะดุดอยู่กับอะไรก็ตาม

ที่เกิดขึ้นอย่างที่เราไม่ได้ตั้งใจ

 

ไม่ต้องใช้เวลามากมาย

ในการเติมน้ำในแก้วใบนี้

เพียงแต่ตรวจตราว่าวันไหน

น้ำในแก้วได้พร่องไป

ก็เติมใหม่ให้เต็มไว้ได้เลย

จึงไม่ต้องกลัวเลยว่าวันไหน

ชีวติจะพบอุปสรรคหรือปัญหาจนทำให้แก้ไม่ได้

 

เพราะว่าตราบที่กำลังใจยังมีอยู่เต็มหัวใจ

ถึงอย่างไรก็ไม่แพ้

 

กุญแจสำรองของชีวิต page 104-106

ลูกปัด

 

edit @ 8 Aug 2010 08:31:29 by •X•Lover

แค่หันหลังให้คนคนเดียว

posted on 03 Jul 2010 18:51 by chantaporn

 

เพราะชีวิตของเราต้องออกเดินทางไปพบเจอผู้คนมากมายในทุกๆวัน

คนแปลกหน้าก็จะทยอยมาเป็นคนรู้จักทีละคนสองคน

คนที่รู้จักก็จะกลายเป็นคนใกล้ชิดทีละคนสองคน

และบางครั้ง...คนใกล้ชิดบางคนนั้น

กลายเป็นคนใกล้ชิดมากอย่างรวดเร็ว

 

โดยที่ไม่ได้ใช้เวลาคบหา  ศึกษา  ดูใจกันให้นานพอ

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกที่บางที่เราจะพบว่า

คนใกล้ชิดบางคน จะไม่ใช่อย่างที่เราคิด

ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดว่าเป็น

หรือบางคนก็เป็นในสิ่งที่เราไม่เคยคิดว่าจะเป็นได้

 

เมื่อเราเอาใจ  เอาความรู้สึกของตัวเองไปผูกติดกับเขาไว้แล้ว

ตัดสินเขาแล้วว่า ว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้

เมื่อมันไม่ใช่...ความเสียใจและผิดหวังก็ตามมา

เป็นเรื่องปกติของชีวิตคนเราที่ต้องเจอเรื่องแบบนี้บ่อยๆ

 

หลายคนยอมรับได้และคิดว่ามันเป็นความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ใครจะเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็นได้ทุกอย่าง

เมื่อคิดได้อย่างนั้นแล้ว

ก็ทำใจได้และเลิกรากันไป

 

แต่บางคนกลับเลือกที่จะอยู่ที่เดิม

ให้ความใกล้ชิดทำร้ายตัวเองเรื่อยมาโดยไม่มีอะไรดีขึ้น

ยิ่งใกล้ชิดมาก...ยิ่งถูกทำร้ายมาก

โดยไม่ยอมถามตัวเองเลยว่า  ที่ต้องทนคบกันอยู่นั้นเพื่ออะไร

ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วนำแต่ความเดือดร้อนวุ่นวายมาให้มากมันก็เหนื่อย

ยิ่งถ้าให้อภัยหลายต่อหลายครั้ง  ยิ่งหนัก

ยิ่งพยายามยอมรับและทำความเข้าใจ  ยิ่งไม่เข้าใจ

 

นับวันใจของเราเองนั่นแหละที่จะเสียไปเรื่อย

ความรู้สึกดีๆลดลงเรื่อยๆ จนวันหนึ่งจะไม่เหลือ

แต่กว่าจะถึงวันนั้นก็เสียใจเสียความรู้สึกทุกวัน

แล้วชีวิตจะมีความสุขได้อย่างไร

 

มันยากนักหรือกับการหันหลังให้ใครสักคน

แล้วเป็นฝ่ายเดินออกจากชีวิตของเขาไป

เมื่อชีวิตของเรายังต้องเดินไปข้างหน้า

ไปพบเจอคนอีกมากมาย

มีใครต่อใครอีกมากมายที่รอให้เราเดินทางไปพบ ไปคบหา

 

จริงอยู่คนบางคนสำคัญ

จริงอยู่ที่อาจจะรักกัน

จริงอยู่ที่อาจจะผูกพัน

แต่ถ้าคบกันไปเพื่อกลายเป็นคนไม่สำคัญในวันหนึ่ง

คบกันเพื่อให้ความรักลดลงเรื่อยๆจนหมด

เลิกคบกันวันนี้

กับรอให้จบในวันหนึ่งข้างหน้า

มันจะต่างกันตรงไหน

 

สำหรับคนบางคน  ต่อให้ให้โอกาสสักกี่ครั้งก็เหมือนเดิม

ทำใจให้เข็มแข็งและตัดสินใจเลย

มันไม่หนักหนาอะไรมากมายหรอก

ก็แค่หันหลังให้คนคนเดียว

 

กุญแจสำรองของชีวิต page 112-116

ลูกปัด